สาระน่ารู้ทั่วไป

อยากรวย แต่ไม่อยากเสี่ยงต้องทำอย่างไรดี

ตุลาคม 7, 2018

หลายคนที่เริ่มลงทุนใหม่ มักจะมองว่าการลงทุนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเข้าใจยาก เลือกกองทุนไม่ดี ก็มีความเสี่ยง ผลตอบแทนที่ได้อาจจะไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร แถมข่าวสารข้อมูลการลงทุนต่างๆก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นๆลงๆ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาน้ำมัน ค่าเงินและอีกหลายๆปัจจัย ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  ยิ่งอายุที่เพิ่มขึ้น  ความเสี่ยงในการลงทุนก็เพิ่มขึ้นตาม  ดังนั้น สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้นักลงทุนมือใหม่ประสบความสำเร็จ มีดังต่อไปนี้

1.ทำความเข้าใจความรู้พื้นฐานให้แน่น

โดยเริ่มต้นจาก การรู้จักประเภทของกองทุนหรือทางเลือกในการลงทุนก่อนว่า มีสินทรัพย์อะไรบ้างที่เราสามารถลงทุนได้ ผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นอย่างไร ซึ่งสินทรัพย์ขั้นพื้นฐานที่เราควรรู้ มีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท คือ  เงินฝาก ตราสาร หุ้น และสินทรัพย์แต่ละประเภทนั้นต่างให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันออกไป

  • เงินฝาก เป็นสินทรัพย์ทีคนส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ในที่นี้หมายถึงเงินฝากประจำตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป  หากเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของเงินฝากออมทรัพย์ทรัพย์ก็จะมีดอกเบี้ยที่สูงกว่า   แต่ในปัจจุบันผลตอบแทนหรืออัตราดอกเบี้ยของเงินฝากที่เราได้รับนั้นมีค่าเฉลี่ยประมาณ2.5% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำ ไม่เหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคั่งทางการเงิน  แต่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วๆไป
  • ตราสารหนี้ อีกหนึ่งเครื่องมือการลงทุน โดยเฉพาะกับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร   การลงทุนในตราสารหนี้นั้นเปรียบได้กับการกู้ยืมเงินผ่านการซื้อในสิ่งที่เรียกว่าตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ  หุ้นกู้ ตั๋วแลกเงิน B/E หุ้นกู้ระยะสั้น  ซึ่งเมื่ออีกฝ่ายยืมเงินเราไป  สิ่งที่เราจะได้รับคือดอกเบี้ยที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย  ซึ่งเราจะลงทุนตราสารนี้ผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ เพราะเป็นวิธีที่เข้าถึงได้ง่ายและมีความปลอดภัย
  • ตราสารทุนหรือหุ้น เป็นสินทรัพย์ที่มีความสำคัญต่อการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการลงทุน  แต่ในขณะเดียวกันก็ให้มีความเสี่ยงสูง กว่าการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ รวมถึง กองทุนประเภทอื่นๆ หากผู้ลงทุนเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีและมีอัตราการเติบโตที่สูง โอกาสได้รับผลตอบแทนย่อมสูงขึ้น แต่หากเลือกหุ้นไม่ดีหรือใช้หุ้นในทางที่ผิด ก็อาจะทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวได้เช่นเดียวกัน  การลงทุนในหุ้นจึงเหมาะกับคนที่ต้องการการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก และอยากออมเงินด้วยการทยอยลงทุนผ่านเครื่องมือที่ช่วยเก็บออม

2.เลือกการจัดสรรที่พอดี

เมื่อเรารู้จักประเภทของสินทรัพย์พื้นฐานการลงทุนข้างต้น  เราจะเห็นได้ว่า ตราสารหนี้มีดีตรงที่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับมีความสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก ส่วนหุ้นหรือตราสารทุนให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว แต่ข้อเสียของการลงทุนในหุ้น คือ บางช่วงขาดทุน บางช่วงก็สูง  ทำให้นักลงทุนบางคนที่อยากได้ผลตอบแทนที่สูง อาจจะทนรอไม่ไหว เพราะ ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นไม่แน่นอน  ดังนั้นวิธีการที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน คือ การลงทุนแบบผสมระหว่างตราสารหนี้และตราสารทุนเข้าด้วยกัน ในอัตราส่วนที่แตกต่างกันออกไป เช่น ลงทุนหุ้น 20% ลงทุนหุ้น 40% หรือ ลงทุนหุ้น 60%  หากเรายิ่งเพิ่มการลงทุนหุ้นเข้าไป ผลตอบแทนมรระยะยาวก็จะสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้น จะเลือกการลงทุนแบบไหน ขึ้นอยู่กับความพร้อม ความอดทน ว่าเราจะไม่ล้มเลิกการลงทุนไปเสียก่อน

3.การฝึกฝน    เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยยกระดับความรู้ความสามารถและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ ยิ่งคุณทำอย่างถูกต้องและมีความต่อเนื่องไปเรื่อยๆก็จะทำให้คุณประสบความสำเร็จและรวยได้อย่างแน่นอน

การลงทุนมีความเสี่ยง แต่อย่าลืมว่า การไม่ทำอะไรเลยก็เป็นความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน  ดังนั้น อย่าพยายามหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ลงทุน เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply