คลังเก็บหมวดหมู่: กีฬา

ค่าตอบแทนของมาร์กซิยัล

ค่าตอบแทนของมาร์กซิยัล  จากที่จะหมดอนาคตกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่เสียแล้ว เมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมาที่อ็องโตนี่ มาร์กซิยัล ตัวรุกชาวฝรั่งเศสได้ออกจากแคมป์เก็บตัวของทีมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อกลับบ้านไปเฝ้าภรรยาที่กำลังจะคลอดลูกคนที่ 2 ของเขา โดยไม่ได้ขออนุญาตจากกุนซือชาวโปรตุกีสเสียก่อน


จนทำให้ต้องถูกปรับเงินค่าเหนื่อยไป 2 สัปดาห์ ซึ่งก็เป็นเงินประมาณเกือบ 2 แสนปอนด์ ซึ่งทำให้เกิดข่าวลือมากมายว่าตัวดาวเตะวัย 22 ปีกับโชเซ่ มูรินโญ่น่าจะมีปัญหาบาดหมางและไม่ลงรอยกัน ซึ่งในช่วงต้นฤดูกาลก็เหมือนจะเป็นเช่นนั้น เมื่ออ็องโตนี่ มาร์กซิยัล ไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนาม ทั้งในฐานะตัวจริงและตัวสำรองเท่าไหร่นัก โดยเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด และอเล็กซิส ซานเชซ ที่จะได้โอกาสลงสนามมากกว่าอย่างชัดเจน

แต่ด้วยผลงานของทีมที่ย่ำแย่ในชุดที่โชเซ่ มูรินโญ่มั่นใจและเลือกใช้งานอยู่ตลอด และ เสียงกดดัน จากรอบข้างโดยเฉพาะแฟนบอล ทำให้อดีตกุนซือเชลซี และเรอัล มาดริดตัดสินใจเปลี่ยนกลับมาลองใช้งานอ็องโตนี่ มาร์กซิยัลอีกครั้ง โดยเริ่มจากนัดที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกเอาชนะยัง บอยส์ ทีมจากสวิตเซอร์แลนด์ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 3-0 โดยเกมนั้นมาร์กซิยัลทำประตูได้ด้วย ทำให้หลังจากนั้นมาเขาก็ได้โอกาสลงสนามบ่อยขึ้น จนกระทั่งมาถึงในช่วงต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา โดยนับตั้งแต่เขาทำประตูช่วยให้ทีมพลิกกลับมาเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดได้ 3-2 แล้ว อ็องโตนี่ มาร์กซิยัลก็สามารถทำประตูให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมพรีเมียร์ลีกมาได้โดยตลอด 5 นัดติดต่อกันแล้ว  โดยในนัดล่าสุดที่บุกไป แพ้ ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมตช์ 1-3 เขาก็ทำประตูตีไข่แตกจากลูกจุดโทษได้ด้วย ซึ่งไม่ใช่ฟอร์มการทำประตูของเขาเท่านั้นที่ดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทัศนคติของเขาจะเปลี่ยนไปด้วย โดยในระยะหลังเขาลงมาช่วยเกมรับตามที่โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการได้ดีขึ้นด้วย ทำให้เขาสามารถยืดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างต่อเนื่อง

และด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของอ็องโตนี่ มาร์กซิยัลในเวลานี้ ก็ทำให้เขากลับไปติดทีมชาติฝรั่งเศสอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการประกาศรายชื่อครั้งล่าสุดที่ทีมชาติฝรั่งเศสจะอุ่นเครื่องกับทีมชาติอุรุกวัย และทำศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกกับทีมชาติเยอรมันในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ฟอร์มการเล่นของเขากลับมายอดเยี่ยมอีกครั้ง ซึ่งดิดิเย่ร์ เดช็องส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสก็มักให้โอกาสกับนักเตะดาวรุ่งโดยตลอดอยู่แล้ว


หน้าเเรก

fifa55ตอนลงจากเขาของประเทศชิลี

กลุ่มชาติประเทศชิลีชาติในโซนอเมริกาใต้ เคยมีช่วงเวลาดีๆมากมายๆในตอน 5 ปีให้หลัง แล้วก็แปลงเป็นกลุ่มชั้นแนวหน้าในบอลโซนอเมริกาใต้เลยด้วย โดยสามารถครอบครองแชมป์ในศึกบอลที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอย่างโกขว้างอเมริกาได้เสร็จถึง 2 ยุคซ้อน ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพในปี2015 และก็ในปีต่อมาที่จัดขึ้นเนื่องนโอกาสพิเศษที่คอมเมียงมองโบที่เป็ฯสมาพันธ์ของทวีปอเมริกาได้จัดตั้งขึ้นมาครบ 100 ปีที่จัดขึ้นที่ประเทศอเมริกาได้เสร็จอีกด้วยจากการควบคุมกลุ่มของฮอร์เก้ ซัมเปาลี ผู้จัดการทีมฟุตบอลหัวเหม่งชาวอาร์เจนไตน์ที่มาทำทีมชาติประเทศชิลีตั้งแต่ปี2012 ซึ่งนับว่าเป็นตอนยุคทองของกลุ่มชาติประเทศชิลีเลยก็ว่าได้ ก่อนที่จะซัมเปาลีจะไปเสียชื่อเสียงแล้วก็เสียเครดิตอย่างมากสำหรับในการคุมกลุ่มชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่าทำศึกสงครามบอลโลกที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพเมื่อกลางปีก่อนหน้าที่ผ่านมา
ประเทศชิลีนับว่าเจริญก้าวหน้ามากมายๆในตอนที่พวกเขาได้แชมป์โกขว้าง อเมริกาได้เสร็จ 2 ยุคซ้อน โดยนับว่าเป็นตอนที่นักฟุตบอลแกนหลักผู้คนจำนวนมากกำลังอยู่ในตอนที่ฟอร์มพีคที่สุดในอาชีพการเล่นด้วย ทั้งยังผู้เฝ้าประตูกัปตันกลุ่มอย่างเคลาดิโอ บราโว่ มิดฟิลด์ตัวเข้มแข็งอย่างอาร์ตูโร่ วิดัล และก็เอ็งปรี่ เมเดล ที่เป็นตัวตัดเกม และก็ดินแดนหน้าก็มีอเล็กสิส ซานเชซ กับเอมองอาร์โด้ วากาส รอล่าตาข่ายคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นเหล่านักฟุตบอลรุ่นเดียวกันที่เติบโตร่วมกันมาตั้งแต่ชุดเยาวชน และก็ทำให้พวกเขาเล่นกันได้อย่างเข้ากันรู้ใจ แล้วก็ในช่วงเวลานั้นก็อยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการค้าหน้าแข้งร่วมกันหมดอีกด้วย ซึ่งมีผลดีต่อกลุ่มชาติประเทศชิลีกระทั่งทำให้ครองแชมป์โกขว้าง อเมริกาไปได้ 2 ยุคซ้อน ซึ่งนับได้ว่าเป็นแชมป์บอลรายการใหญ่หนแรกในประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติประเทศชิลีอีกด้วยประเทศชิลีอีกด้วย
ซึ่งผลในทางที่ดีของการมีนักเตะที่เลื่องลือขึ้นมาในสมัยเดียวกันนั้นกลุ่มชาติประเทศชิลีก็ได้ไปแล้ว แม้กระนั้นขณะนี้ก็ถึงเวลาที่นักฟุตบอลพวกนั้นกำลังอยู่ในตอนขาลงเสียแล้ว ซึ่งนักฟุตบอลตัวหลักต่างแก่ปิ้งเข้าเลข 3 กันแล้วทั้งหมด ทำให้ฟอร์มการเล่นแตกต่างจากในตอน 2-3ปีกลายเสียแล้ว แล้วก็ในขณะนี้กลุ่มชาติประเทศชิลีกำลังอยู่ในตอนขาลงเสียแล้ว ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่พวกเขาไม่อาจจะผ่านเข้าไปเล่นในศึกบอลโลกรอบท้ายที่สุดเมื่อกลางปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้นั่นเอง รวมทั้งการที่กลุ่มชาติประเทศชิลียังไม่มีนักฟุตบอลดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาสู่กลุ่มชาติชุดใหญ่ได้เลยเวลานี้ ทำให้พวกเขาจะต้องอยู่ในสถานการณ์ขาลงอปิ้งถัดไปอีกระยะหนึ่งทีเดียว

สมน้ำหน้า ‘โลเปเตกี’

ก่อนที่การแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้เกิดข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลข่าวหนึ่ง ก็คือการที่เรอัล มาดริด ทีมแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยหลังสุดประกาศแต่งตั้งจูเลน โลเปเตกี กุนซือวัย 51 ปีที่เวลานั้นยังรับหน้าที่เป็นโค๊ชของทีมชาติสเปนอยู่ โดยเขาอยู่ระหว่างการพานักเตะทีมชาติสเปนเก็บตัวเข้าแคมป์ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะลงสนามในรอบแรกที่จะพบกับทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ทีมชาติสเปนจะลงการแข่งขันนัดแรกเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมากให้กับสมาคมฟุตบอลสเปนที่เหมือนโดนหักหน้าจากทางเรอัล มาดริด ทำให้ตัดสินใจปลดโลเปเตกีออกจากตำแหน่งทันที ซึ่งทำให้เกิดเป็นกระแสอย่างหนักหน่วงก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากได้มีการแบ่งแนวคิดเป็น 2 แบบ ซึ่งส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยที่จะทำการปลดกุนซือวัย 51 ปีออกจากตำแหน่งในเวลานั้น เนื่องจากว่าจะทำให้ทีม “กระทิงดุ” เกิดความเสียหายทันที เนื่องจากจะไม่มีกุนซือมาคอยบงการเกมข้างสนาม ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งก็คือการที่เห็นด้วยกับการปลดอดีตกุนซือเอฟซี ปอร์โต้ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากฝ่าฝืนกฏระเบียบ รวมถึงเป็นการไม่เกรงใจต่อสมาคมฟุตบอลสเปน ทั้งๆ ที่เขายังมีสัญญาเหลืออยู่ด้วย

ในตอนแรกที่ทีมชาติสเปนต้องตกเพียงรอบ 16 ทีมในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา เมื่อแพ้ให้กับทีมชาติเจ้าภาพรัสเซียในการดวลจุดโทษ ทำให้กระแสสังคมในเวลานั้นโจมตีการตัดสินใจของประธานสมาคมฟุตบอลสเปนอย่างหนัก เนื่องจากการตัดสินใจของเขาทำให้ทีมชาติสเปนต้องพบกับความล้มเหลวในฟุตบอลโลก แต่ในเวลานี้แฟนบอลทีมชาติสเปนที่ไม่ใช่แฟนบอลของเรอัล มาดริด น่าจะกำลังเตรียมสมน้ำหน้าจูเลน โลเปเตกีเสียมากกว่า ที่ตอนนี้กำลังเก้าอี้ร้อนอย่างหนักในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว หลังจากที่ไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เลยในช่วง 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ โดยนัดล่าสุดเป็นการแพ้คารังต่อทีมท้ายตารางอย่างเลบานเต้ 1-2 อีกด้วย ทำให้สถานการณ์ของเขากับเรอัล มาดริดตอนนี้นั้นย่ำแย่เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะพึ่งได้เข้ามาคุมทีมเพียงไม่กี่เดือนก็ตาม เนื่องจากฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร “ราชันย์ชุดขาว” ขึ้นชื่อเรื่องของการปลดกุนซือเร็วอยู่แล้วด้วย นับตั้งแต่เขาก้าวขึ้นมาเป็นประธานสโมสรใหม่ๆ เขาก็ขึ้นชื่อเรื่องการปลดกุนซือออกจากตำแหน่งอยู่ก่อนแล้วด้วย ซึ่งแฟนบอลหลายๆ คนต่างรอสมน้ำหน้าพวกเขาอยู่ในเวลานี้ ซึ่งคาดว่าจะเร็วๆ นี้ด้วย

 

“ปืนใหญ่” ที่กำลังแรง

ด้วยโปรแกรมการแข่งขันที่ถูกคอมพิวเตอร์แรนดอมมาอย่างโชคร้าย ทำให้ช่วงเปิดฤดูกาล อาร์เซน่อลของอูไน อเมรี่ ได้รับความกดดันไปไม่น้อยทีเดียว เมื่อต้องแพ้ในช่วง 2 นัดแรกของฤดูกาล เนื่องจากโปรแกรมดันจัดมาให้พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่ถึงแม้ว่าจะเล่นในเอมิเรต สเตเดี้ยมก็ตาม แต่ในตอนนั้นทีมของพวกเขายังไม่มีความลงตัวแต่อย่างใด ทำให้พ่ายไปแบบราบคาบ 0-2 และนัดต่อมาก็ต้องบุกไปเยือนสแตนฟอร์ด บริดจ์ของทางเชลซีอีก ซึงถึงแม้ว่านัดนั้นพวกเขาจะเล่นได้ดี และหาโอกาสทำประตูได้หลายครั้งก็ตาม แต่สุดท้ายก็มาเสียประตูในช่วงท้ายเกม ทำให้ต้องแพ้ไปอีก 2-3 ทำให้แพ้ติดต่อกัน 2 นัด และก็เริ่มมีเสียงบ่นของแฟนบอลออกมาประปรายในตอนนั้น

แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา อูไน อเมรี่ กุนซือชาวสแปนิชวัย 46 ปี กลับพาทีมอาร์เซน่อลทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะยังมีปัญหาในแนวรับบ้างก็ตาม แต่ในแนวรุกนั้น อดีตกุนซือที่พาทีมเซบีญ่าคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกได้ 3 สมัยซ้อน ได้เจอระบบการเล่นที่ลงตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากตอนแรกที่จะให้ปิแอร์ อเมริค โอบาเมยอง เป็นกองหน้าตัวเป้านั้น ได้ปรับมาให้อดีตนักเตะของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ขยับไปยืนเป็นตัวริมเส้นทางฝั่งซ้ายแทน และให้อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ กองหน้าชาวฝรั่งเศสลงมาเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ผลงานของอาร์เซน่อลก็ดีอย่างต่อเนื่อง และสามารถเก็บชัยชนะมาได้โดยตลอด ถึงแม้ว่าจะยังเสียประตูอยู่เกือบตลอดก็ตาม แต่จำนวนการยิงประตูนั้นเพิ่มขึ้นมากทีเดียว และหลังจากผ่านไป 8 นัด พวกเขาทำได้ถึง 19 ประตูด้วยกัน ซึ่งเป็นรองเพียงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ทำไป 21 ประตูเพียงทีมเดียวเท่านั้น และทำประตูได้มากกว่าทีมที่ถูกมองว่ามีแนวรุกที่น่ากลัวอย่างลิเวอร์พูลเสียด้วยซ้ำ

จากตอนแรกที่ในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาล อาร์เซน่อลถูกมองว่าจะเป็นทีมที่หลุดจากท็อปโฟร์อย่างแน่นอนในฤดูกาลนี้ แต่ว่าทำไปทำมาแล้ว หากมองแค่จนถึงตอนนี้พวกเขามีลุ้นถึงการเป็นแชมป์เสียด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีปัญหาเรื่องของการยืนระยะมาโดยตลอดก็ตามในระยะหลังในยุคของอาร์เซน เวนเกอร์ก็ด้วย แต่มาจนถึงตอนนี้ต้องบอกได้เลยว่าการทำทีมของอูไน อเมรี่ถือว่าทำได้ดีเกิน แต่ก็ยังต้องดูกันยาวๆ ในอีก 30 นัดที่เหลือของฤดูกาล

 

2 แข้งที่แมนฯยูควรซื้อมาปรับทัพในช่วงตลาดหน้าหนาว

หลังจากที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทฤดูกาล 2018/19 มาได้สักพักนึงนั้นก็ดูเหมือนว่าจะต้องประสบกับปัญหามากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการพ่ายแพ้ติดต่อกันหลายเกม อีกทั้งยังดูเหมือนว่าโชเซ่ มูรินโญ่ก็จะต้องแบกรับความกดดันมากมายหลังจากที่เจ้าตัวคุมทีมได้ย่ำแย่ที่สุดในอาชีพกุนซือ หลายต่อหลายคนต่างมองว่าหรือว่าโชเซ่ มูรินโญ่อาจจะต้องจบอนาคตกับแมนฯยูในเร็ววันนี้หากว่ายังไม่สามารถขุดปีศาจแดงขึ้นมากจากหลุมได้ แน่นอนว่าการที่แมนฯยูจะสามารถฟื้นคืนมาได้อีกครั้งต้องอาศัยศักยภาพของนักเตะ ฉะนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่า 2 แข้งที่ปีศาจแดงควรคว้าในช่วงตลาดหน้าหนาวเพื่อดึงทีมขึ้นจากหลุมมีใครกันบ้าง

 

เปาโล ดีบาล่า แข้งกองหน้าจากยูเวนตุส ตำแหน่งกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่าจะประสบปัญหาเป็นอย่างมาก มีหลายครั้งที่มันควรจะจบด้วยการเป็นประตูแต่บรรดาเหล่าแข้งกองหน้าของปีศาจแดงก็ทำหมูหกไปหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ตำแหน่งกองหน้าควรเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่มูรินโญ่ ควรจะดึงมาเสริมทัพ เปาโล ดีบาล่า จึงกลายเป็นแข้งกองหน้าที่ถูกให้การจับตามองเนื่องจากว่า การมาของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ส่งผลทำให้ดีบาล่าได้รับโอกาสในการลงสนามน้อยลงและดร็อปลดความสำคัญลง ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าในช่วงของตลาดนักเตะหน้าหนาวที่จะมาถึงนั้น ดีบาล่า อาจจะเลือกที่จะมองหาสโมสรใหม่ร่วมงาน เปาโล ดีบาล่าเป็นแข้งกองหน้าที่มีเทคนิคในการเล่นที่ยอดเยี่ยม การหาจังหวะในการจบสกอร์ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจึงไม่แปลกที่หลายทีมยักใหญ่ต่างต้องการตัวไปเสริมทัพ

โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เป็นอีกหนึ่งปราการหลังที่ฟอร์มกำลังยอดเยี่ยม โดย อัลเดอร์ไวเรลด์ เป็นหนึ่งในปราการหลังที่ตกเป็นเป้าหมายของโชเซ่ มูรินโญ่มาตลอดในช่วงของตลาดนักเตะซัมเมอร์ โดยตำแหน่งกองหลังนั้นเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่มูรินโญ่ต้องการที่จะดึงมาเสริมทัพก่อนที่จะเปิดฤดูกาล 2018/19 เสียอีกแต่ทว่า ทางบอร์ดบริหารก็กลับไม่เห็นด้วยไม่อนุมัติงบทำให้ปีศาจแดงมีผลเป็นแบบที่เห็นอยู่ในขณะนี้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์เป็นหนึ่งในแข้งปราการหลังที่มีฝีมือไม่ธรรมดาจนหลายฝ่ายยกให้เป็นกองหลังที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้ อย่างไรก็ตาม โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ก็เหลือสัญญากับทางสเปอร์ถึงเพียงแค่ซัมเมอร์ปีหน้าเท่านั้น และก็มีข่าวออกมาว่าเจ้าตัวเองก็ยังไม่เลือกที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับทางไก่เดือยทองอีกด้วยนั่นทำให้ในช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาวนี้แมนฯยูเองก็มีโอกาสที่จะได้อัลเดอร์ไวเรลด์มาเสริมทัพ